วันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2557

ประจำเดือนแบบไหนบ่งบอกการมีบุตรยาก

Posted by agman ubu at 07:02 0 Comments
ประจำเดือนแบบไหนบ่งบอกการมีบุตรยาก
สาวๆ รู้หรือไม่ ประจำเดือนถือเป็นตัววัดสุขภาพของผู้หญิงได้อย่างหนึ่ง และสามารถบอกได้ว่าประจำเดือนแบบไหนที่บ่งบอกถึงภาวะการมีบุตรยาก วันนี้เราจึงมีความรู้ข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับ ประจำเดือนแบบไหนบ่งบอกการมีบุตรยาก มาฝากสาวๆ หรือการเริ่มต้นวางแผนการมีบุตรสำหรับว่าที่คุณแม่มือใหม่กัน
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าการี่ผู้หญิงมีประจำเดือนตามปกติต้องอาศัยการทำงานประสานงานระหว่างต่อมใต้สมองส่วนหน้าอวัยวะสืบพันธุ์ โดยที่ต่อมใต้สมองส่วนหน้าจะมีหน้าที่ผลิตฮอร์โมน FSH ให้สูงขึ้น เพื่อมากระตุ้นรังไข่ให้ผลิตไข่และผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน ของเพศหญิง ภาวะใดก็ตามที่ทำให้ระดับฮอร์โมน FSH เอสโตรเจน และโปรเจสเตอร์โรนในร่างกายเปลี่ยนแปลงไปจากภาวะปกติ เช่น ภาวะไม่ตกไข่เรื้อรัง รังไข่สร้างฮอร์โมนไม่ได้เพียงพอ เยื่อบุโพรงมดลูกบางหรือหนาผิดปกติ และบางครั้งอาจส่งผลให้เกิดภาวะมีบุตรยากได้ในอนาคต ดังนั้นประจำเดือนที่ปกติมีลักษณะอย่างไร ให้สังเกตดังนี้
                ความถี่ของการมีประจำเดือน  ปกติควรมาทุก 21-35 วัน จะสามารถตกไข่ตามปกติ 80% ถ้ามีประจำเดือนถี่หรือห่างกว่านี้ มักจะไม่ตกไข่เรื้อรัง ส่งผลให้ประจำเดือนมาห่างและมีบุตรยาก เนื่องจากไม่มีไข่ไปปฏิสนธิกับอสุจิ เช่นผู้ป่วย PCOS หรือ PCO มักเป็นผู้หญิงที่มีน้ำหนักตัวมาก อาจมีอาการของภาวะฮอร์โมนเพศชายเด่น เช่น สิว หน้ามัน ขนดก เมื่ออัลตราซาวด์ดูรังไข่จะพบฟองไข่ใบเล็กๆ จำนวนมากที่ไม่สามารถเจริญเติบโตจนสามารถตกออกมาได้สะสมอยู่ภายในรังไข่ จึงเป็นที่มาของโรค Polycystic Ovarian Syndrome กรณีผู้ป่วยจะมีประจำเดือนทุก 2-3 เดือน ผนังโพรงมดลูกที่หนาตัวอยู่เป็นประจำเวลานานเพราะไม่มีการตกไข่ เมื่อหลุดลอกออกมาเป็นประจำเดือนอาจมีเลือดที่มากกว่าคนปกติ หรือมีลักษณะเป็นลิ่มๆ อีกทั้งถ้าผนังโพรงมดลูกหนาตัวนานหลายปี อาจมีโอกาสตรวจพบมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกมากขึ้น
                ปริมาณและระยะเวลาของเลือดประจำเดือนที่ออก  ปกติแล้วควรมีระยะอยู่ที่ 2-7 วัน และปริมาณที่ออกวัดจากจำนวนผ้าอนามัยที่ใช้ ขนาดปกติไม่เกิน 3-4 แผ่นต่อวัน และไม่ควรมีลิ่มเลือดขนาดเกินปลายนิ้วก้อยปะปนออกมาร่วมด้วย ไม่ควรมีเลือดออกกะปริดกะปรอย หลังจากประจำเดือนหยุดแล้ว ซึ่งมักจะทำให้เกิดปัญหาเยื่อบุโพรงมดลูกและเป็นสาเหตุให้มีบุตรยาก เพราะตัวอ่อนไม่สามารถฝังตัวและเจริญเติบโตต่อในโพรงมดลูกที่มีความผิดปกติได้
                อาการปวดประจำเดือนที่มีความผิดปกติ  เช่น มีอาการปวดท้องน้อยเกือบทุกครั้ง มีอาการปวดหน่วงลงช่องคลอดหรือทวารหนัก ปวดหลัง ที่เกิดขึ้นได้ทั้งก่อน หลัง หรือระหว่างมีประจำเดือน ซึ่งมักมีความรุนแรงมากขึ้น การรักษาตั้งแต่อดีต ปัจจุบันจะใช้ยาบรรเทาอาการปวดทั้งยากินและยาฉีดเพื่อลดอาการปวด ซึ่งปริมาณยาจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นจากเดิม นอกจากนี้ อาการเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงมีบุตรยาก เช่นกัน ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ที่รังไข่ หรือช็อกโกแลตชีสต์

Share This Post

ติดตามข่าวสารผ่านอีเมล์

ใส่ email address:

0 ความคิดเห็น:

Powered by Blogger.
back to top